โซลูชัน · การผลิต

ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต: มองเห็นหน้างานการผลิต เชื่อถือได้ทุกตัวเลข

สำหรับธุรกิจการผลิตที่การวางแผนการผลิต การจัดการสต็อก และการคำนวณต้นทุนงาน เติบโตเกินกว่าที่สเปรดชีต ซอฟต์แวร์บัญชี และเครื่องมือที่แยกส่วนกันจะรองรับไหว

“เราสามารถเปิดใช้งาน JCurve ERP ผ่านแท็บเล็ต แอปบนมือถือ หรือแล็ปท็อปได้ทุกที่ เมื่อไปพบลูกค้าและมีใบเสนอราคาที่ยังค้างอยู่ เราสามารถสอบถามลูกค้าได้ทันทีว่าใบเสนอราคานั้นคืบหน้าไปถึงไหน ซึ่งบ่อยครั้งก็นำไปสู่การปิดการขาย”

James Randall · Director, Sheetmetal Tooling Tech

ปี ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ SMB ในออสเตรเลีย
0 +
โปรเจกต์ที่ติดตั้งระบบสำเร็จ
0 +

#1

พาร์ทเนอร์ NetSuite ระดับโลกในภูมิภาคนี้

ความหมายของ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต

ซอฟต์แวร์ ERP (Enterprise Resource Planning) รวมข้อมูลไว้เป็นหนึ่งเดียว ทำงานอัตโนมัติ และช่วยให้ผู้ผลิตมองเห็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ครอบคลุมทั้งการผลิต สต็อกสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน การควบคุมคุณภาพ และการเงิน สำหรับธุรกิจการผลิต นั่นหมายถึงระบบที่แยกส่วนกันน้อยลง และใช้เวลากระทบยอดตัวเลขที่ควรจะตรงกันอยู่แล้วน้อยลง

ระบบพื้นฐานอาจใช้งานได้ดีในช่วงที่ธุรกิจยังมีขนาดเล็กและกระบวนการยังไม่ซับซ้อน แต่เมื่อผู้ผลิตเติบโตขึ้น แรงกดดันนี้จะปรากฏให้เห็นในรูปแบบของความล่าช้าในการผลิต การคาดเดาปริมาณสต็อก และรายงานทางการเงินที่ผู้บริหารเริ่มไม่มั่นใจอีกต่อไป

สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบปัจจุบันเริ่มไม่ไหว

การวางแผนการผลิตยังต้องพึ่งการอัปเดตด้วยมือ หรือรอข้อมูลจากอินบ็อกซ์ของใครสักคน

ไม่มีภาพรวมแบบเรียลไทม์ที่ชัดเจนของผลผลิตหรือเวลาหยุดเครื่องบนหน้างาน

การติดตามล็อตการผลิตและร่องรอยการตรวจสอบยังไม่สม่ำเสมอหรือทำด้วยมือ

สต็อกสินค้าถูกบันทึกไว้หลายที่ และไม่เคยรู้สึกว่าเป็นข้อมูลล่าสุดจริง

ต้องคอยติดตามอัปเดตจากซัพพลายเออร์ด้วยตนเอง จนนำไปสู่การส่งมอบล่าช้า

ต้นทุนงานและต้นทุนสินค้าคำนวณจากตัวเลขที่กระจัดกระจายอยู่ในไฟล์ต่างๆ

ERP ช่วยให้ทีมการผลิตกลับมาควบคุมได้อย่างไร

ปลดล็อกคอขวดในสายการผลิตได้เร็วขึ้น

การวางแผนแบบเรียลไทม์และข้อมูลที่ใช้ร่วมกัน ทำให้งานไม่ต้องหยุดชะงักเพราะข้อมูลขาดหาย ผิดพลาด หรือติดค้างอยู่ในอินบ็อกซ์ของใครคนใดคนหนึ่ง

มองเห็นหน้างานการผลิตแบบเรียลไทม์

การมองเห็นผลผลิตและเวลาหยุดเครื่องแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สังเกตปัญหาเล็กๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะกลายเป็นความเสียหายที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

การติดตามล็อตการผลิตและร่องรอยการตรวจสอบ ช่วยให้จับข้อผิดพลาดได้ตั้งแต่ต้น และพิสูจน์การปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ง่ายขึ้นเมื่อปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

รู้ต้นทุนที่แท้จริงของทุกงาน

รวมข้อมูลสต็อก ห่วงโซ่อุปทาน และการเงินไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นกำไรที่แท้จริงของแต่ละงานหรือสินค้าได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่การคาดเดา

Jcurve ERP หรือ NetSuite ERP?

สำหรับ SME ที่กำลังเติบโต

Jcurve ERP

เหมาะกับธุรกิจการผลิตหรือประกอบชิ้นงานขนาดเล็กที่ต้องการระบบบัญชีบนคลาวด์และการควบคุมสต็อกแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อฟีเจอร์ระดับองค์กรที่ไม่ได้ใช้งาน

สำหรับความซับซ้อนที่มากขึ้น

NetSuite ERP

มักเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระบบควบคุมการผลิตขั้นสูง เช่น การวางแผนกำลังการผลิต การเก็บข้อมูลหน้างาน หรือการจัดการสต็อกหลายโรงงาน หรือธุรกิจที่เติบโตเกินขีดจำกัดของระบบสำหรับธุรกิจขนาดเล็กแล้ว

มุมมองของเรา

ระบบ ERP เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขกระบวนการผลิตที่วุ่นวายได้ ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่ากระบวนการปัจจุบันทำงานอย่างไรจริงๆ และแก้ไขช่องว่างที่ชัดเจนที่สุดก่อนที่จะนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพื่อให้ระบบใหม่ทำงานสอดคล้องกับธุรกิจ แทนที่จะเป็นการทำให้ข้อผิดพลาดเดิมเกิดขึ้นซ้ำแบบอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถามก่อนเลือก ERP

คอขวดในการผลิตเกิดขึ้นตรงจุดไหนบ้าง และเพราะเหตุใด

ปัจจุบันติดตามสต็อกอย่างไร และเริ่มไม่ตรงกับความเป็นจริงตรงจุดไหน

รายงานฉบับไหนที่ผู้บริหารฝ่ายการเงินหรือฝ่ายปฏิบัติการเริ่มไม่เชื่อถือเต็มที่แล้ว

การติดตามล็อตการผลิตในปัจจุบันมีช่องว่างด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือร่องรอยการตรวจสอบตรงไหนบ้าง

ธุรกิจต้องการ ERP ขนาดที่พอดีกับธุรกิจ หรือความสามารถระดับหลายโรงงานที่กว้างขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงการผลิตหน้างาน ห่วงโซ่อุปทาน และงานบัญชีไว้ในที่เดียว ทั้ง Jcurve ERP และ NetSuite ERP ต่างถูกใช้งานโดยผู้ผลิตในออสเตรเลียเพื่อรวมฟังก์ชันเหล่านี้เข้าด้วยกัน

ERP ทั่วไปจัดการงานธุรกิจพื้นฐาน เช่น การเงินและงาน HR เบื้องต้น ในขณะที่ ERP สำหรับการผลิตถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการของสายการผลิต รวมถึงการวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) และการควบคุมหน้างานการผลิต

ได้ ทั้ง Jcurve ERP และ NetSuite ERP ทำงานบนคลาวด์ ทำให้ทีมงานมองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้จากทุกที่

นอกเหนือจากค่าไลเซนส์ การติดตั้งระบบส่วนใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรมพนักงาน การย้ายข้อมูล การทดสอบระบบ และการสนับสนุนต่อเนื่อง Jcurve สามารถช่วยกำหนดขอบเขตงบประมาณให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ แทนที่จะปล่อยให้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจในภายหลัง

Jcurve คือพาร์ทเนอร์ติดตั้งระบบ ERP สัญชาติออสเตรเลียที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิต โดยมีทั้ง Jcurve ERP สำหรับธุรกิจการผลิตหรือประกอบชิ้นงานขนาดเล็ก และ NetSuite ERP สำหรับการดำเนินงานที่ซับซ้อนและมีหลายโรงงาน

พร้อมปลดล็อกการเติบโต ของธุรกิจคุณแล้วหรือยัง?
อย่าปล่อยให้ซอฟต์แวร์เป็นข้อจำกัดของธุรกิจคุณ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อดูว่า Jcurve สามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจของคุณได้อย่างไร
แบบฟอร์ม “ติดต่อเรา” สำหรับการติดต่อทางธุรกิจเท่านั้น หากต้องการสมัครงาน กรุณาเยี่ยมชมหน้า Careers
แบบฟอร์ม “ติดต่อเรา” สำหรับการติดต่อทางธุรกิจเท่านั้น หากต้องการสมัครงาน กรุณาเยี่ยมชมหน้า Careers