โซลูชัน · โลจิสติกส์และขนส่ง

ระบบ ERP สำหรับโลจิสติกส์

รู้ว่าอะไรกำลังเคลื่อนที่ รู้ว่ามันมีต้นทุนเท่าไร

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง และคลังสินค้า ที่คำสั่งซื้อ สต็อก การออกใบแจ้งหนี้ และรายงาน เริ่มแยกออกจากกัน — Jcurve ERP ช่วยดึงทุกอย่างกลับมาอยู่ในมุมมองเดียว

“ด้วยคำแนะนำเชิงกลยุทธ์และความเชี่ยวชาญของ Jcurve ทำให้ CTI Logistics สามารถติดตั้งใช้งาน NetSuite ERP ได้สำเร็จ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น การผสานรวมธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และเวิร์กโฟลว์ทั่วทั้งองค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น”

— Wuttinan Unprasert, Financial Planning & Analysis, CTI Logistics

ปี ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ SMB ในออสเตรเลีย
0 +
โปรเจกต์ที่ติดตั้งระบบสำเร็จ
0 +

#1

พาร์ทเนอร์ NetSuite ระดับโลกในภูมิภาคนี้

ความหมายของ ERP สำหรับโลจิสติกส์

ซอฟต์แวร์ ERP เชื่อมโยงฟังก์ชันทางธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง หรือกระจายสินค้า อาจครอบคลุมตั้งแต่การเงิน สต็อกสินค้า คำสั่งขาย การจัดซื้อ กิจกรรมในคลังสินค้า การออกใบแจ้งหนี้ ข้อมูลลูกค้า และรายงาน

จุดประสงค์ไม่ใช่การซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มเพียงเพื่อให้มี แต่คือการลดปริมาณงานที่ต้องทำด้วยมือ เพื่อให้การปฏิบัติงาน การเงิน และคำมั่นสัญญาที่มีต่อลูกค้าสอดคล้องกัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบปัจจุบันเริ่มไม่ไหว

ฝ่ายการเงินไม่สามารถเห็นอัตรากำไร ต้นทุน หรือสถานะการวางบิลได้เร็วพอ

บันทึกคลังสินค้าและสต็อกไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ปฏิบัติงานเสมอไป

เห็นสถานะผู้ขนส่งและการจัดส่งได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าถามว่าออเดอร์อยู่ที่ไหน

การอัปเดตข้อมูลให้ลูกค้าต้องพึ่งพาคนไล่ตามข้อมูลจากหลายระบบ

รายงานสำหรับผู้บริหารใช้เวลานานเกินไป หรือมาถึงหลังจากตัดสินใจไปแล้ว

การขยายไปยังลูกค้าใหม่ สถานที่ใหม่ สายบริการใหม่ หรือนิติบุคคลใหม่ กลับเพิ่มภาระงานเอกสาร มากกว่าเพิ่มการควบคุม

ERP ช่วยให้ทีมโลจิสติกส์กลับมาควบคุมได้อย่างไร

เห็นอัตรากำไร ต้นทุน และสถานะการวางบิลในที่เดียว

ไม่ต้องรอไฟล์ส่งออกเพื่อจะรู้ว่างานหนึ่งๆ ทำกำไรหรือไม่ — ฝ่ายการเงินและฝ่ายปฏิบัติการทำงานบนตัวเลขชุดเดียวกันแบบเรียลไทม์

ลดการคัดลอกวางข้อมูลระหว่างระบบ

เมื่อฝ่ายขาย คลังสินค้า และการเงินทำงานบนระบบที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว พนักงานก็ไม่ต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมข้อมูลอีกต่อไป

ออกบิลถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

เงื่อนไขตามช่วงงาน สัญญา และข้อตกลงเฉพาะลูกค้า ไม่ควรเป็นสาเหตุให้ใบแจ้งหนี้ล่าช้าหรือถูกโต้แย้ง

รายงานที่ก้าวทันการเติบโตของธุรกิจ

ไม่ว่าจะแยกตามลูกค้า สถานที่ คลังสินค้า หรืออัตรากำไร โดยไม่ต้องรอสร้างสเปรดชีตใหม่ทุกครั้ง

Jcurve ERP หรือ NetSuite ERP?

สำหรับ SME ที่กำลังเติบโต

Jcurve ERP

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าในออสเตรเลียบางแห่ง ก้าวต่อไปที่เหมาะสมอาจเป็น Jcurve ERP ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการย้ายจากซอฟต์แวร์บัญชี สเปรดชีต และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาสู่การควบคุมแบบ ERP ที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้น

สำหรับความซับซ้อนที่มากขึ้น

NetSuite ERP

สำหรับธุรกิจที่มีการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กว้างขึ้น มีหลายนิติบุคคล ต้องการรายงานระดับภูมิภาค หรือมีความต้องการด้านการเงิน สต็อก การจัดซื้อ คลังสินค้า CRM หรืออีคอมเมิร์ซที่ซับซ้อนขึ้น NetSuite ERP อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

มุมมองของเรา

การตัดสินใจเลือกซอฟต์แวร์ควรเริ่มจากปัญหาการดำเนินงานจริง เริ่มต้นด้วยการทำแผนผังจุดที่การเงิน สต็อก กิจกรรมคลังสินค้า การออกใบแจ้งหนี้ และการส่งต่อข้อมูลลูกค้าเริ่มขาดตอน จากนั้นจึงเลือกขอบเขตของ ERP ให้เหมาะกับธุรกิจ

คำถามที่ควรถามก่อนเลือก ERP

ทีมไหนที่ต้องทำงานกระทบยอดด้วยมือมากที่สุดในตอนนี้

สต็อก คำสั่งซื้อ การวางบิล และการเงิน เริ่มไม่ตรงกันตรงจุดไหน

รายงานฉบับไหนที่ช้าเกินไป ต้องทำด้วยมือมากเกินไป หรือเชื่อถือได้ไม่เพียงพอ

ธุรกิจต้องการ ERP ขนาดที่พอดี หรือความสามารถระดับหลายนิติบุคคลและภูมิภาคที่กว้างขึ้น

ใครในองค์กรจะเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ การจัดระเบียบข้อมูล และการนำระบบไปใช้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ซอฟต์แวร์ ERP ที่เชื่อมโยงระบบต่างๆ ที่ธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง และคลังสินค้าต้องพึ่งพา ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งซื้อ สต็อก กิจกรรมคลังสินค้า การออกใบแจ้งหนี้ ข้อมูลลูกค้า และรายงาน เพื่อให้ทำงานบนมุมมองเดียวที่แม่นยำและใช้ร่วมกันได้ แทนที่จะแยกเป็นสเปรดชีตหรือเครื่องมือเดี่ยวๆ Jcurve ERP ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งที่กำลังเติบโตในออสเตรเลีย

โดยทั่วไปคือเมื่อการกระทบยอดด้วยมือระหว่างระบบ การวางบิลที่ล่าช้า หรือรายงานที่ช้าและไม่น่าเชื่อถือ เริ่มจำกัดความมั่นใจในการเติบโต การเพิ่มลูกค้า หรือการเปิดสถานที่ใหม่ Jcurve ทำงานร่วมกับธุรกิจโลจิสติกส์ในออสเตรเลียที่อยู่ในช่วงนี้พอดี เพื่อระบุว่า ERP จะช่วยลดงานที่ต้องทำด้วยมือมากที่สุดตรงจุดไหนก่อน

ไม่จำเป็นเสมอไป โดยทั่วไป ERP จะทำหน้าที่เป็นชั้นเชื่อมต่อที่รวมข้อมูลด้านการเงิน สต็อก และการปฏิบัติงานเข้าด้วยกัน Jcurve มักจะเชื่อมต่อ Jcurve ERP หรือ NetSuite ERP เข้ากับระบบ TMS หรือ WMS ที่มีอยู่เดิม มากกว่าที่จะแทนที่ทั้งหมด

ใช่ NetSuite ERP ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายโดยธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง และกระจายสินค้า ที่ต้องการความสามารถด้านสต็อก คลังสินค้า การวางบิล และการรายงานระดับหลายนิติบุคคลหรือภูมิภาคที่กว้างขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโต Jcurve ในฐานะอันดับ 1 พาร์ทเนอร์ NetSuite ระดับโลกในภูมิภาคนี้ เป็นผู้ติดตั้ง NetSuite ERP ให้กับธุรกิจเหล่านี้ทั่วออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

Jcurve คือพาร์ทเนอร์ติดตั้งระบบ ERP สัญชาติออสเตรเลียที่ทำงานร่วมกับธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง และคลังสินค้า โดยมีทั้ง Jcurve ERP สำหรับ SME ที่กำลังเติบโต และ NetSuite ERP สำหรับธุรกิจที่มีความซับซ้อนในการดำเนินงานที่กว้างขึ้น

พร้อมปลดล็อกการเติบโต ของธุรกิจคุณแล้วหรือยัง?
อย่าปล่อยให้ซอฟต์แวร์เป็นข้อจำกัดของธุรกิจคุณ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อดูว่า Jcurve สามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจของคุณได้อย่างไร
แบบฟอร์ม “ติดต่อเรา” สำหรับการติดต่อทางธุรกิจเท่านั้น หากต้องการสมัครงาน กรุณาเยี่ยมชมหน้า Careers
แบบฟอร์ม “ติดต่อเรา” สำหรับการติดต่อทางธุรกิจเท่านั้น หากต้องการสมัครงาน กรุณาเยี่ยมชมหน้า Careers